rss
twitter
facebook

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

งานสัปดาห์หนังสือ 10/10/30

ตอนแรกยังมึนๆ ไม่รู้ว่าจะมีงานสัปดาห์หนังสือเมื่อไหร่
ก็นั่งหาไปหามาในเน็ต แล้วก็มาตรัสรู้ว่ามีตั้งแต่วันที่ 21-31 ต.ค. 53
ตอนนั้นก็เริ่มมองตารางชีวิตตัวเองแล้วว่ายังไงก็ต้องหาวันไปให้ได้
ปีนี้ทำงานหาเงินได้เองแล้ว ก็เลยอยากจะซื้อหนังสือให้หนำใจ

ลองเข้าเฟสบุ๊คของพี่สิงห์ (วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล) ดูว่าพี่เขาจะไปงานวันไหน
พี่เขาก็มาประกาศทั้งในเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ว่าจะไปวันที่ 23-24, 30-31 ต.ค.ที่บูธ a book
นังแนนไม่รอช้า หาวันว่างทันที ดูแล้วก็เห็นว่าว่างแค่วันเดียวคือ เสาร์ที่ 30
รีบล็อกวัน ลาสอนพิเศษล่วงหน้า (วันไหนไม่มีสอนก็ลาได้เลย เผื่อคอร์สเข้ากระทันหัน)
จากนั้นก็นั่งลิสต์รายชื่อหนังสือ ดูหมายเลขบูธ คำนวณเงิน บลาๆๆๆ

หนังสือที่จะต้องซื้อก็มีแต่ของพี่สิงห์ พี่แทนไท แล้วก็หนังสือเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ตามนี้

  • โลกนี้มันช่างยีสต์
  • โลกจิต
  • คู่มือท่องกาแล็กซีฉบับนักโบก เล่มที่ 1
  • ในคนมีปลา ในขามีครีบ
  • อักษรตัวหนา
  • ใบไม้แดง
  • ตอบตามใจ
  • ชีวิตภาคทฤษฎี
  • พจนานุกรมไทย-ญี่ปุ่น
  • Step Up สำนวนญี่ปุ่นและคำประสมคันจิ

ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่อารมณ์จะพาไป หึๆ

พอถึงวันจริง ตื่นสายไปหน่อย ตอนแรกว่าจะไปตั้งแต่เปิดศูนย์สิริกิติ์ แต่ดันตื่นสายเลยไปถึงเที่ยง
รีบไปหาหนังสือตามบูธจน(เกือบ)ครบภายในเวลาเกือบๆบ่ายสอง หิวมาก แล้วกว่าพี่สิงห์จะมาก็ 4 โมงเย็น
เลยนั่งใต้ดินไปสามย่าน ไปกินเบนโตะของฟูจิให้แน่นพุง แล้วค่อยกลับมา
กลับมาถึงงานตอนเกือบๆ 4 โมง เดินไปที่บูธ A book
โอ้ววววว ผู้หญิงเต็มไปหมดเลย มีตั้งแต่เด็กม.ต้นยันวัยทำงาน
แอบคิดในใจ แฟนคลับเยอะชะมัด แง่มๆ
เห็นอย่างนั้นก็เลยไปนั่งรออยู่ข้างๆ สักพักก็เห็นคนเดินไปทางบูธ เลยบอกน้องชายว่าไปกันเถอะ

มองจากไกลๆ โอ้ว นั่นไง สว่างมาแต่ไกลเลย (หน้าใส? หรือหัวใส? ฮ่าๆ)
เลยเดินเข้าไปต่อแถวกับคนอื่นเขา คนเยอะมาก เบียดกันสุดๆ
ต่างคนต่างหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปพี่สิงห์ แต่นังแนนไม่...ก็มือถือมันถ่ายรูปไม่ชัดนี่หว่า
ยืนสักพัก คนข้างๆก็ทำท่าควานหาของของเขา และปรากฎว่ากระเป๋าตังค์หาย (มั้งนะ)
คนนั้นกับเพื่อนอีกคนก็เลยเดินออกไปด้วยหน้ามุ่ยๆ เสียดายแทนอ่ะ น่ากลัวจริงๆ
เราเลยยื่นกระเป๋าไปให้น้องถือ แล้วตัวเองก็ถือแค่ถุงหนังสือของพี่สิงห์ 3 เล่ม (ขาดชีวิตภาคทฤษฎีเล่มนึง)
ใกล้เข้าไปทีละนิด...ทีละนิด ยิ่งใกล้ ยิ่งแอบกรี๊ดในใจ

เราว่าหลายๆคนที่มาอาจจะมากรี๊ดพี่สิงห์เมื่อตอนพี่สิงห์เล่นอินทรีแดง
แต่เราไม่ใช่
เรากรี๊ดมาตั้งแต่ม.ปลายแล้วมั้ง
เข้าธรรมศาสตร์มาก็ยิ่งกรี๊ด (อยู่ไกลๆ เพราะเราเรียนรังสิต พี่สิงห์เรียนท่าพระจันทร์)
ตอนพี่สิงห์รับปริญญา เราไม่ได้เจอเพราะยืนร้องคอรัสอยู่ มารู้อีกทีจากน้องในชุมนุม กรี๊ดแตก ฮ่าๆ
แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้จริงจังอะไร ออกแนวปลื้มในความเก่งของพี่เขามากกว่า
คิดว่าเด็กผู้หญิงในธรรมศาสตร์อีกเยอะที่เป็นแบบนี้
แล้วพอได้ดูเวลาเขาสัมภาษณ์ ดูนู่นนี่นั่น ฟังเพลง ก็เลยยิ่งชอบ
เราเองก็อยากคิดอะไรได้แบบนี้บ้าง เพราะเราไม่ใช่คนมีเหตุผล คิดอะไรเป็นตรรกะไม่เป็น
เอาอารมณ์เป็นตัวนำทุกอย่างซะมากกว่า

พอเข้าไปถึงข้างหน้าแล้ว พี่สิงห์เซ็นให้คนที่อยู่แถวข้างๆ เราเสร็จแล้ว นังแนนก็หยิบหนังสือในถุงไปให้
พี่สิงห์หยิบหนังสือไปทั้งหมด ถามว่าืชื่ออะไร เราตอบไป พี่แกก็เซ็นยิกๆ
ในใจคิดอยากจะคุยด้วยเพราะเห็นบางคนชวนพี่สิงห์คุยตลอด แต่นังแนน...ป๊อดค่ะ ก๊ากๆ
สุดท้ายก็บอกพี่สิงห์ไปว่าหาหนังสือเรื่อง ชีวิตภาคทฤษฎีไม่ได้แล้ว หมด
พี่สิงห์ก็ อืม มันขาดตลาดแล้ว พิมพ์ใหม่ไม่ทัน
แล้วพอพี่เขาเซ็นเสร็จ ยื่นหนังสือพร้อมยิ้มให้
นังแนนตอนนั้น...ก้มหน้า เหลือบมอง หลบตา แล้วชิ่งออกเลย เขินเว่อร์ (ทีอย่างนี้ล่ะมาเขิน เซ็งตัวเอง)
แต่ก็ถือว่าวันนี้ Mission Complete อิอิ

วันนั้นสนุกมาก แต่รู้สึกไม่ดีอย่างนึงตรงที่บางคนเข้ามาตรงบูธ มาซื้อหนังสือ เพียงเพราะเห็นว่าพี่สิงห์เป็นดารา
รู้สึกแย่แทนเลย ถ้าเราเป็นพี่สิงห์ เรายอมให้หนังสือขายได้น้อยแต่มีแต่คนที่ชอบงานเขียนเขามากกว่า
ไม่ใช่รีบวิ่งมา อุ๊ย วรรณสิงห์นี่นา อุ๊ย คนนี้ดารานี่หว่า ซื้อหนังสือดีกว่า ฯลฯ ม่ายยยยยยยยยย

ยิ่งเขียน ยิ่งซีเรียส พอๆๆๆ






หนังสือที่ไปซื้อมา (ของคุณแม่จิระนันท์นั่นไม่เกี่ยว เอามาเป็นพร็อพเฉยๆ)




พี่สิงห์ในวันนั้น (ไม่ได้ถ่ายเอง เอามาจากในเฟสบุ๊คพี่สิงห์) ขอบคุณคนโพสด้วยค่า

เสื้อตัวนี้ ใส่บ่อยมาก คงเป็นตัวโปรด










เดี๋ยวพุธหน้าจะไปหาพี่สิงห์ที่งาน นิทรรศการภาพถ่าย/เสวนา Human Rights/Wrongs เดี๋ยวมาอัพเดทอีกที

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น